31 มีนาคม 2552

สถานที่กับการจัดงาน

ในการจัดงาน Event สักงานหนึ่ง สิ่งขาดไม่ได้ และก็เป็นทั้งมิตรที่แสนดีและไม้เบื่อไม้เมากับเรามาตลอด
ก็คือ สถานที่สำหรับจัดงาน
เรามักจะจัดงานกันในสถานที่ไม่กี่ประเภท เช่น โรงแรม, ร้านอาหาร, ห้างสรรพสินค้า หรือไม่ก็ห้องประชุมของหน่วยงานใดๆ
ที่ดี ก็ดี๊ดี อำนวยความสะดวกให้ทุกอย่าง น้ำเย็นพร้อม ห้องน้ำดี ไม่ถึงกับเปิดแอร์ให้แต่ก็มีพนักงานมาคอยดูแล อำนวยความสะดวกให้
บางที่ห่วย ก็ห่วยแตก ซึ่งมีเยอะซะด้วย เช่น...โรงแรมแถวๆ ลาดพร้าว ติดกับห้างใหญ่
เรา "แขกจะเช็คอินเที่ยงได้ไหม"
เซลส์ "ได้เลยค่ะ"
เรา "โอเค"
วันงาน
เรา "ทำไมแขกเช็คอินเที่ยงไม่ได้"
เซลส์ "ปกติ โรงแรมทั่วไปที่ไหนก็ต้องเช็คอินบ่ายสองนะคะ เพราะว่าต้องทำห้อง"
เรา "ใช่...แต่เช็คคุณแล้วนี่ แล้วคุณก็บอกว่าโอเค ได้"
เซลส์ "อ่า...คือ พอดีวันนั้นไม่สบายน่ะค่ะ"
เรา "!!!!!!!!!!!!!!!!"

แล้วไงฟระ กรูต้องเช็คพวกเซลส์เทพอย่างพวกเมิงด้วยใช่ไหม ว่าวันไหนป่วย วันไหนเมนส์มา วันไหนทะเลาะกับสามี ก็อย่างเพิ่งเชื่อถือคำพูด

นี่ก็อีกเรื่อง คือ ค่าเช่าแพง : ปกติการจัดงาน มันก็ต้องมีการติดตั้งงานล่วงหน้า จะ 1 วัน ครึ่งวัน ก็แล้วแต่ว่างานยิ่งใหญ่แค่ไหน ซึ่งแน่นอน ต้องจ่ายค่าเช่าเพิ่ม ไม่รู้ว่าที่อื่นมีการคิด rate ยังไง แต่ที่นี่ (ที่เดิมกับเรื่องเซลส์) คิดเกือบเท่าค่าเช่าวันจัดงาน...ก็ไม่เป็นไร ถ้างั้นก็ขอเปิดแอร์ด้วยละกัน
เซลส์ "ไม่ได้ค่ะ ถ้าจะเปิดก็คิดค่าแอร์เพิ่ม"
เรา "เท่าไหร่"
เซลส์ "......" (บอกจำนวนเงินมา ซึ่งมันรวมกันแล้ว แพงกว่าค่าเช่าเพื่อจัดงานอย่างเดียวซะอีก)
กรุเช่าเพื่อจัดงาน 2 วันเลยดีไหม จะได้เปิดแอร์ set up ได้

อีกที่นึง คิดค่าเช่าเพื่อ set up อย่างเดียว 160,000 อุ แม่เจ้า จัดงานได้อีกงานเลยนะเนี่ย แล้วเปิดแอร์ตอน set up ไหม ...ไม่... ค่าเช่าห้องในวันงานต่างหากอีก 18,000 ที่ถูกเพราะยังมีค่า coffee break อีก 600 ต่อหัว โฮะโฮะโฮะ กรูคงจะเสนอโรงแรมเมิงให้ลูกค้าได้ดูหรอก
เซลส์ "ต่อรองค่าเช่าห้องได้นะคะ"
เรา "ค่าเช่า...ค่าเช่า set up หรือค่าเช่าวันงานครับ"
เซลส์ "ค่าเช่าวันงานค่ะ"
ค่าเช่าวันงาน 18,000 เนี่ยนะ ไม่ต่อหรอกเฟร้ย ถ้าจะต่อก็จะต่อไอ้ 160,000 แล้วเปิดแอร์ไม่ได้นี่แหละ

มาลองนั่งนึกๆ ดูอย่างจริงๆ จังๆ แล้ว
อันที่จริง ทางเจ้าของสถานที่ประชุม สถานที่จัดงานทั้งหลายเหล่านี้ ก็ทำหน้าที่ได้ถูกต้องตามหลักการบริการทั่วไป
นั่นก็คือการเอาใจใส่ดูแลลูกค้าเป็นอย่างดี
แต่คิดว่าคงเข้าใจอะไรผิดไปบางอย่าง นั่นก็คือไปเอาใจเจ้าของงาน
นั่นน่ะ...ลูกค้าของตรูเฟร้ย ไม่ใช่ลูกค้าเอ็ง
ลูกค้าเอ็งน่ะ มันตรู หน้าที่เอ็งน่ะ ดูแลตรู.....
เอาใจใส่หน่อย ลูกค้าอยากได้อะไร หาให้หน่อย ไม่ใช่ทำหน้าเป็นตรูดดดดดด
หลัง 6 โมงเย็นตามหาเซลส์เพื่อมา clear ว่าไอ้ที่ขอไปน่ะ ทำไมไม่ได้ ก็หาไม่เจอ เปิดตรูดแน่บกลับบ้านไปแล้ว
ปล่อยให้ลูกค้าต้องมายกเก้าอี้ ยกโต๊ะเอง .... เข้าใจม้ายยยยยยยยยยย
ทิ้งไว้แค่ รปภ. ที่นานๆ จะเดินมาดูอะไรเล่นๆ สักที แค่คนเดียว
ห้องน้ำก็ไล่ให้ไปใช้ห้องน้ำของรปภ. ที่อยู่ในซอกๆ หลืบๆ สกปรก เหม็นๆ
เจ้าหน้าที่เทคนิคก็หน้าเป็นตรูดตลอดเวลาที่จะไปติดต่อ ตามหาตัวก็ยาก ไปหาที่ห้อง control ก็ไม่อยู่ lock อีกต่างหาก
ตอนคุยกัน บอกว่ามี Mic ไร้สายให้ 5 ตัว พอถึงเวลาจริง บอกว่ามี 2 ตัว ที่เหลือเอาไปให้อีกงานนึง
ทำไมไม่บอกตรูก่อนฟระ ว่าจะเอากี่ตัวต้องจองไว้นะ
ทะเลาะกันกับ Sales กับเจ้าหน้าที่เทคนิค กับ รปภ. เป็นประจำ
จะคุย จะขออะไรทีก็แทบะต้องคลานเข่าเข้าไปคุยด้วยอยู่แล้ว

ในฐานะที่เป็นคนจัดงาน เป็น organizer ก็อยากจะบอกให้ท่านเจ้าของสถานที่จัดงานทั้งหลายได้ทราบกันเอาไว้ให้ทราบกันสักนิดว่า
โอเค ถูกละ ที่คุณจะไปเอาใจลูกค้าของพวกเรา เพราะว่าเป็นคนจ่ายเงินทั้งหมด เป็นเจ้าของงาน
แต่คนที่จะเลือกสถานที่จัดงานมาสัก 3 ที่ไปให้ลูกค้าเขาเลือกน่ะ มันพวกเรา organizer ทั้งหลาย
ถ้า organizer ไม่เอาเสนอโรงแรมของคุณใส่ลงไปใน powerpoint ที่ present ลูกค้าซะอย่าง
ลูกค้าก็ไม่ได้เห็นแม้แต่ชื่อโรงแรมของคุณ
และเท่าที่ผ่านมา ถ้าลูกค้าจะเป็นคนกำหนดเองว่าจะจัดที่ไหน ส่วนใหญ่ก็มีเหตุผลง่ายๆ ไม่กี่ข้อ เช่น
ใกล้ สะดวก, เคยใช้มาเป็นประจำ, อาหารอร่อย ไม่มากไปกว่านี้ และจะเกิดกรณีนี้น้อยมากซะด้วย
ลูกค้าไม่สนใจหรอก เรื่องขนาดห้อง เรื่องอุปกรณ์อำนวยความสะดวก เรื่องการบริการของพนักงาน
แต่คนที่สนใจเรื่องพวกนี้ก็คือเรา คราวนี้บริการไม่ดี คราวหน้าก็อย่าหวังว่าจะถูกเสนอชื่ออีก ก็แค่นั้น

บางครั้ง งานจะดำเนินไปด้วยดี ก็ต้องเกิดจากน้ำใจและความถ้อยทีถ้อยอาศัย
เราใช้สถานที่คุณจัดงาน เราก็ทำตามกฏระเบียบทุกอย่างของคุณ
สิ่งที่เราต้องการก็คงจะเป็นแค่การบริการที่ดี สมกับการที่เป็นโรงแรมหรู ราคาแพงสักหน่อย ก็โอเคแล้ว

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น